การลงบัญชีทหารกองเกิน
ชายซึ่งมีสัญชาติไทยตามกฎหมายเมื่ออายุย่าง 18 ปี (18 ปีบริบูรณ์) ในพุทธศักราชใดให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกิน ณ สำนักงานเขต / อำเภอท้องที่ภูมิลำเนาทหารภายในพุทธศักราชนั้น โดยนำหลักฐานไปแสดงดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สูติบัตร (ถ้ามี)
  • ใบมรณะบัตรบิดา (ถ้ามี)
หมายเหตุ บุคคลซึ่งบิดามารดามีชีวิตอยู่ หรือถ้าบิดาถึงแก่กรรมแล้วมารดายังมีชีวิตอยู่ หรือทั้งบิดาและมารดาถึงแก่กรรมแล้วมีผู้ปกครองให้ลงบัญชีทหารกองเกินที่สำนักงานเขตหรืออำเภอท้องที่ที่บิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครอง มีภูมิลำเนาแล้วแต่กรณี
เมื่อตรวจสอบหลักฐานเป็นที่ถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่ดำเนินการรับลงบัญชีทหารกองเกินให้
 
การขอรับหมายเรียกเข้ารับราชการทหาร
                ทหารกองเกินเมื่ออายุย่างเข้า 21 ปี (20 ปีบริบูรณ์) ในพุทธศักราชใดต้องไปแสดงตนเพื่อขอรับหมายเรียกที่ สำนักงานเขตอำเภอท้องที่ภูมิลำเนาทหารภายในพุทธศักราชนั้น โดยนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
                   ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหาร หรือรับหมายเรียกภายในกำหนด ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การผ่อนผันให้แก่บุคคลซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษา
                   1.การขอผ่อนผันในระหว่างศึกษาในประเทศ ให้ขอผ่อนผันกับสถานศึกษาที่ตนเองศึกษาอยู่ โดยนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
  • หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบสด.35)
                   ผู้ที่จะได้รับการผ่อนผันต้องไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการตรวจเลือดตามที่กำหนดในหมายเรียก (ไม่ไปรายงานตัวมีความผิดตามกฎหมาย)
                   2.การผ่อนผันไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ให้คำร้องขอผ่อนผันที่สำนักงานเขต / อำเภอท้องที่ภูมิลำเนาทหาร โดยต้องนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
  • หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบสด.35)
  • หนังสือรับรองของสถานทูต หรือสถานกงสุล
  • หนังสือรับรองของสถานศึกษา พร้อมคำแปลเป็นภาษาไทย
                   3.บุคคลซึ่งพ้นจากฐานนะยกเว้น หรือการผ่อนผันในพุทธศักราชใด ต้องไปแสดงตนเพื่อขอรับหมายเรียกฯ ที่สำนักงานเขตหรืออำเภอท้องที่ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของตนภายในพุทธศักราชนั้น

การเข้ารับการตรวจเลือดทหารกองเกินเข้าประจำการ
                   เมื่อได้รับจดหมายเรียกรับราชการทหาร (แบบ สด.35) จากสำนักงานเขต / อำเภอแล้ว จะต้องไปแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนดไว้ในหมายเรียกฯ โดยต้องนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
  • หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35)
  • หลักฐานการศึกษา (ตั้งแต่ชั้น ม.6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป)
  • หนังสือแสดงวิทยฐานะการฝึกวิชาทหาร (ถ้ามี)
                   ผู้มีความประสงค์จะขอสิทธิลดวันเข้ารับราชการ ต้องนำหลักฐานการศึกษาแสดงวุฒิยื่นต่อคณะกรรมการการตรวจเลือดในวันตรวจเลือก และจะต้องเขียนคำร้องขอสิทธิลดฯ ให้เรียบร้อย มิฉะนั้นจะไม่ได้สิทธิลดวันรับราชการแต่ประการใด
                   ผู้ใดหลีกเลี่ยงไม่มาเข้ารับราชการตรวจเลือกตามหมายเรียก หรือหลีกเลี่ยงขัดขืนด้วยประการใด เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองเกินประจำการมีความผิดต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี

การย้ายภูมิลำเนาทหาร
                   ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนผู้ใดมีความประสงค์จะย้ายภูมิลำเนาทหาร ให้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ที่ตนเข้าไปอยู่ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ย้ายเข้าไปอยู่นั้น โดยนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9)
     
การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล
                   ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนที่ได้รับให้เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล ต้องแจ้งขอเปลี่ยนในเอกสารทางทหารด้วย ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต โดยนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล
  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9) หรือหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8)
     
การขอใบสำคัญ (แบบ สด.9) หรือหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8) แทนฉบับที่ชำรุดหรือเสียหาย
                   ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนผู้ใด ทำใบสำคัญ (แบบ สด.9) หรือหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8) ชำรุดหรือสูญหาย ต้องแจ้งขอใบสำคัญ หรือหนังสือสำคัญแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย ต่อสำนักงานเขต / อำเภอภูมิลำเนาทหาร ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ชำรุดหรือสูญหาย โดยนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบรายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหาย
  • รูปถ่ายขนาด 3x4 ซม. จำนาน 3 รูป ถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่นตา (กรณีขอหนังสือสำคัญ แบบ สด.8)
     
การขอใบแทนใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (แบบ สด.43)
                   ผู้ที่เข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการแล้วจะได้รับใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ (แบบ สด.43) ในวันตรวจเลือกถ้าใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ ชำรุดหรือสูญหายต้องแจ้งขอใหม่ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ชำรุดหรือสูญหาย โดยนำหลักฐานไปแสดง ณ สำนักงานเขต / อำเภอท้องที่ภูมิลำเนาทหาร ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาใบรายงานประจำวันรับแจ้งเอกสารหาย
     
การแจ้งทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนตาย
                   กรณีทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุน ตาย ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้ง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบมรณะบัตร
  • ใบสำคัญ (แบบ สด.9) หรือหนังสือสำคัญ (แบบ สด.8) ของผู้ตาย
     
หน้าที่ของทหารกองหนุนในการเรียกพล
                   ทหารกองหนุน (ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3) หรือผู้ที่ปลดจากทหารกองประจำการ เมื่อได้รับทราบประกาศ หรือได้รับหมายเรียกพล / คำสั่งเรียกพล ต้องไปรายงานตัวเพื่อเข้ารับราชการทหารเพื่อตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร หรือทดลองความพรั่งพร้อม หรือในการระดมพล ต้องนำหลักฐานไปแสดง ดังนี้
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • หนังสือสำคัญ (แบบ สด.8) ติดกับสมุดประจำตัวทหารกองหนุน
  • คำสั่งเรียกพล หรือหมายเรียกพล และเอกสารประกอบการเรียกพลที่ได้รับจากสำนักงานเขต / อำเภอ
                   ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนผู้ใดหลีกเลี่ยงหรือขัดขืน ไม่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม หรือในการระดมพล ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 4 ปี
                ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนผู้ใด หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อตรวจสอบ ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



ติดต่อสัสดีเขต อาคาร5ชั้น ชั้น5 เบอร์โทร. 0-2236-1392 ตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น.
ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 13 มิถุนายน 2560