ระเบิดฝน เกี่ยวข้องกับเราในยุคโลกร้อนอย่างไร?

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568
image

       ​ทุกคนเคยได้ยินคำว่า "ระเบิดฝน (Rain Bomb)" กันไหมครับ 
แม้คำนี้จะไม่ใช่ศัพท์ทางอุตุนิยมวิทยาอย่างเป็นทางการ 
แต่มันถูกใช้เพื่ออธิบายถึงฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและรวดเร็วในบริเวณพื้นที่แคบๆ 
คล้ายกับการทิ้งระเบิดจากฟากฟ้า ในทางวิทยาศาสตร์ 
ปรากฏการณ์นี้ใกล้เคียงกับปรากฏการณ์ที่กระแสลม
พุ่งลงอย่างแรงจากพายุฝนฟ้าคะนองที่เรียกว่า "wet microburst" 
ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในบริเวณเล็กๆ 
และในเวลาอันซึ่งเมื่อกระทบพื้นแล้วจะแผ่ขยายออกไปในทุกทิศทาง 
ทำให้เกิดลมแรงถึงแม้ว่า “ระเบิดฝน” จะเกิดขึ้นเพียงแค่ 5-10 นาที เท่านั้น 
แต่กลับสามารถสร้างความเสียหายได้มาก ทั้งจากปริมาณน้ำฝนที่สูงถึง 2 – 4 นิ้วต่อชั่วโมง 
และลมกระโชกแรงในแนวราบที่อาจมีความเร็วถึง 100 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 
อากาศที่อุ่นขึ้นสามารถกักเก็บไอน้ำได้มากขึ้นประมาณ 7% ต่อองศาเซลเซียสที่เพิ่มขึ้น 
เมื่อมีไอน้ำในชั้นบรรยากาศมากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะเกิดฝนตกหนักและรุนแรงขึ้น 
ซึ่งอาจพัฒนากลายเป็น "ระเบิดฝน" ได้ในที่สุด
       ​สำหรับประเทศไทยของเราก็มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ฝนตกหนัก
ที่รุนแรงขึ้นนี้เช่นกัน ซึ่งแม้คำว่า "ระเบิดฝน" จะไม่ถูกใช้บ่อยนักในอดีต 
แต่ประเทศไทยก็เคยเผชิญกับเหตุการณ์ฝนตกหนักที่อาจมีลักษณะคล้ายคลึงกัน 
เช่น น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ปี 2529, 2537 และ 2554 รวมถึงฝนตกหนักในภาคใต้ปี 2560 
และล่าสุดในปี 2567 ที่มีการกล่าวถึง "rain bomb" ในกรุงเทพฯ 
ดังนั้น แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยจะมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ฝนตกหนักที่รุนแรงมากขึ้น 
ซึ่งอาจรวมถึง "ระเบิดฝน" ด้วย อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ 
จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้บ่อยและรุนแรงขึ้น 
ที่สำคัญประเทศไทยของเรามีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบและมีความเปราะบางต่อ “ระเบิดฝน” 
เนื่องจากระเบิดฝนสามารถสร้างผลกระทบและความเสียหายอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ 
เช่น ถนน สะพาน และระบบระบายน้ำ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 
ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจตามมา 
ซึ่งประเทศไทยมีความเปราะบางต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติเหล่านี้ เนื่องจากตั้งอยู่ในภูมิภาคที่มีความเสี่ยง
ต่อสภาพอากาศสุดขั้ว
       ​พวกเราในฐานะประชาชนสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับ “ระเบิดฝน" ได้ง่ายๆ 
โดยการติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และหากพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง 
ควรเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้ สามารถช่วยกันดูแลรักษาและพัฒนาระบบระบายน้ำในชุมชน 
และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว 
ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้เกิด “ระเบิดฝน”
​       การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป และมันส่งผลต่อปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
อย่าง "ระเบิดฝน" การทำความเข้าใจและเตรียมพร้อมในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ 
จะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของเราได้

ข้อมูลจาก เฟสบุ๊ค กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

แหล่งที่มา
​- https://www.gza.com/.../sheltering-storm-rain-bombs-and...
​- https://www.livescience.com/55912-microbursts.html
​- https://www.getaway.co.za/.../rain-bombs-captured-in-all.../
​- https://www.climatecouncil.org.au/.../supercharged.../
​- https://www.weather.gov/bmx/outreach_microbursts
​- https://www.ipcc.ch/report/ar6/wg1/chapter/chapter-11/