สพส.มุ่งสร้างสุขภาพกายและใจคนทำงานหวังเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
image

          (29 มิ.ย. 69) นางสาวกาญจนา ภูพิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม เป็นประธานเปิดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการที่ถูกต้องและเทคนิคการบริหารความเครียด โดยมีนางสาวดุษฎี สรวงขันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม ผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรสำนักพัฒนาสังคม ร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุม ชั้น 6 โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง 1) 

          สำนักพัฒนาสังคม โดยสำนักงานเลขานุการ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรสำนักพัฒนาสังคม โดยกำหนดจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เรื่องการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการที่ถูกต้อง และเทคนิคการบริหารความเครียด เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักโภชนาการที่ดี เสริมสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ  และเรียนรู้เทคนิคการบริหารความเครียดหรือการสร้างสุขในการทำงานและการดำเนินชีวิต รวมถึงสร้างความตระหนักถึงความเสี่ยงที่มาจากสาเหตุของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  ซึ่งหมายถึงกลุ่มโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารรสจัด ไม่ออกกำลังกาย สูบบุหรี่ และความเครียดสะสม ซึ่งโรคจะค่อยๆ พัฒนาและเป็นการเจ็บป่วยเรื้อรังได้ อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจโรคอ้วนลงพุง เป็นต้น สำหรับการจัดกิจกรรมดังกล่าว ได้รับความอนุเคราะห์จากกองสร้างเสริมสุขภาพ สำนักอนามัย จัดส่งคณะวิทยากรมาให้ความรู้เทคนิคการบริหารความเครียด การจัดการความเครียดอย่างถูกต้อง การบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ รวมทั้งตรวจวัดมวลกล้ามเนื้อและไขมันในร่างกายให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 

          ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม กล่าวว่า การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานโดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีความเร่งรีบและท้าทายอยู่เสมอ การมีความรู้ด้านโภชนาการที่ถูกต้อง มีการบริหารจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม และมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ข้าราชการและบุคลากรมีสุขภาพที่ดี มีความสุขในการทำงาน  และสามารถปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะส่งผลให้ข้าราชการและบุคลากรเป็นผู้มีสุขภาพดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ สามารถปฏิบัติงานและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุขต่อไป

----------------------