🏣สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข เชิญชวนทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า🐕
วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568

รู้ทันป้องกันภัย: คู่มือเอาตัวรอดเมื่อถูกสุนัขกัด

image

เมื่อถูกสุนัขกัด สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดการกับบาดแผลอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อป้องกันการติดเชื้อและโรคพิษสุนัขบ้า นี่คือขั้นตอนที่คุณควรทำ:

1.ล้างแผลทันที:

  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที ฟอกสบู่ให้ทั่วและลึกลงไปในบาดแผล
  • หากมีเลือดออก ให้กดบาดแผลด้วยผ้าสะอาดจนกว่าเลือดจะหยุด
  • หลีกเลี่ยงการบีบหรือเค้นบาดแผล เพราะอาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้

ฆ่าเชื้อ:

  • หลังจากล้างแผลแล้ว ให้เช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-iodine)

2.ไปพบแพทย์ทันที:

  • ไม่ว่าแผลจะเล็กหรือใหญ่ ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อรับการประเมินและรักษาที่เหมาะสม
  • แพทย์อาจให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและวัคซีนบาดทะยัก
  • ในกรณีที่บาดแผลลึกหรือรุนแรง แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

3.สังเกตอาการสุนัข:

  • หากเป็นไปได้ ให้สังเกตอาการของสุนัขที่กัด หากสุนัขมีอาการผิดปกติ เช่น น้ำลายไหลย้อย ซึม หรือดุร้าย ให้แจ้งแพทย์ทันที
  • ถ้าเป็นสุนัขที่ทราบเจ้าของ ควรสอบถามประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า

4.การดูแลแผลเพิ่มเติม:

  • ห้ามปิดปากแผล เพราะอาจทำให้เกิดการหมักหมมของเชื้อโรค
  • ทำความสะอาดแผลทุกวัน และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือมีหนอง
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลด้วยมือที่ไม่สะอาด

ข้อควรจำ:

  • โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • การไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ปวดเมื่อย หรือชาบริเวณแผล ให้รีบไปพบแพทย์ทันที