กทม. เดินหน้าแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) สู้ภูมิอากาศบิดเบี้ยว มุ่งแก้ปัญหาทุกมิติเพื่อความยั่งยืน
(16 ก.ค. 69) กรุงเทพมหานคร โดยกองพัฒนาระบบราชการกรุงเทพมหานคร สำนักงาน ก.ก. ร่วมขับเคลื่อนแผน NAP ภายใต้กรอบ Open Government Partnership (OGP) สู่การพัฒนาเมืองที่โปร่งใส มีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยมี รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช (รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร) เป็นประธานการประชุม ณ ห้องรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)
การประชุมครั้งนี้ สำนักงาน ก.ก. โดย นางจงจิตร รัตนศุภสิน หัวหน้าสำนักงาน ก.ก. พร้อมด้วย นายชัชวาลย์ ชมศิริตระกูล ผอ.กองพัฒนาระบบราชการกรุงเทพมหานคร นายธีรวิทย์ อรุณรัศมี ผอ.ส่วนพัฒนาระบบบริหาร และผู้แทนจากสำนักสิ่งแวดล้อม นางวริษฐา วรรณวิไล ผอ.สำนักงานบริหารจัดการพื้นที่สีเขียว นส.วันทนา วุฒิยิ่งยง ผอ.ส่วนจัดการสิ่งแวดล้อมยั่งยืน นางนภาพร ศรีเพ็ชร์พันธุ์ ผอ.ส่วนจัดการคุณภาพอากาศและผลกระทบสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกับสำนักงาน ก.พ.ร.
นำโดย นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ประธาน อ.ก.พ.ร. ด้านการส่งเสริมการบริหารภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วม นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงาน ก.พ.ร. พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนา แผน NAP ของประเทศไทย ให้สอดคล้องกับหลักการ Open Government และ Digital Governance พร้อมยกระดับการบริหารภาครัฐที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
กรุงเทพมหานคร นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนเมืองยุคใหม่ โดยมุ่งเน้น
- โครงการที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบและเกิดผลกระทบสูง
- การออกแบบแนวทางให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
- การบูรณาการการแก้ไขปัญหาข้ามพื้นที่และข้ามภารกิจ
- การสนับสนุนนวัตกรรมและการปรับปรุงกฎระเบียบที่เอื้อต่อการพัฒนา
- การเชื่อมโยงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความเท่าเทียม และ Digital Governance
- การพัฒนาระบบข้อมูลและกลไกประสานงานดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องของการส่งโครงการอื่นๆ เพื่อบรรจุเข้าแผน NAP ได้มากกว่าด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำงานของกรุงเทพมหานครนั้น สามารถตอบนโยบายทั้ง 9 ด้าน ทั้งนี้ นโยบายที่สมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (Open Government Partnership : OGP) ให้ความสำคัญ จำนวน 9 ด้าน ได้แก่ การต่อต้านทุจริต การเปิดพื้นที่พลเมือง การมีส่วนร่วมของทุกกลุ่ม สิทธิการเข้าถึงข้อมูล การมีส่วนร่วมของประชาชน ความยุติธรรม ธรรมาภิบาลดิจิทัล การเปิดเผยข้อมูลทางการคลัง
รวมทั้งการหารือในประเด็นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Issues) ได้แก่ 1) ด้านการปรับตัว (Climate Adaptation and Resilience) 2) ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก (Climate Mitigation) 3) ด้านฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งมีการกำหนดพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์นำร่อง (Strategic Areas) ในการขับเคลื่อน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ สระบุรี (Saraburi Low Carbon and Resilience City) น่าน (NAN Mindfulness and Resilience City) อ่าวพังงา และคุ้งบางกะเจ้า
โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันจัดทำรายละเอียดและแผนการดำเนินงานให้ครอบคลุมระยะเวลาของแผนปฏิบัติการแห่งชาติ (NAP) ภายใต้กรอบ Open Government Partnership (OGP) พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนการบริหารเมืองด้วย ข้อมูล นวัตกรรม และธรรมาภิบาลดิจิทัล ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อประชาชนต่อไป
Credit ภาพ : สำนักงานประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร