สิงหาคมนี้ ชวนรู้จัก “โรครองช้ำ”

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569
image

สิงหาคมนี้ ชวนรู้จัก “โรครองช้ำ”

Plantar Fasciitis

ปวดส้นเท้าก้าวแรกตอนเช้า…อย่าปล่อยไว้!

อาการ “ปวดส้นเท้า” โดยเฉพาะ อาการเจ็บส้นเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังนั่งพักเป็นเวลานานแล้วลุกเดิน อาจเป็นสัญญาณของ โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis) ซึ่งเกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองของพังผืดใต้ฝ่าเท้า

อาการที่พบบ่อย

• ปวดส้นเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอน

• ปวดหลังนั่งพักนาน ๆ แล้วลุกเดิน

• กดเจ็บบริเวณส้นเท้า

• ปวดมากขึ้นเมื่อยืนหรือเดินเป็นเวลานาน

• รู้สึกตึงบริเวณฝ่าเท้าและน่อง

ปัจจัยเสี่ยงสิงหาคมนี้ ชวนรู้จัก “โรครองช้ำ”

Plantar Fasciitis

ปวดส้นเท้าก้าวแรกตอนเช้า…อย่าปล่อยไว้!

อาการ “ปวดส้นเท้า” โดยเฉพาะ อาการเจ็บส้นเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอน หรือหลังนั่งพักเป็นเวลานานแล้วลุกเดิน อาจเป็นสัญญาณของ โรครองช้ำ (Plantar Fasciitis) ซึ่งเกิดจากการอักเสบหรือการระคายเคืองของพังผืดใต้ฝ่าเท้า

 

อาการที่พบบ่อย

• ปวดส้นเท้าก้าวแรกหลังตื่นนอน

• ปวดหลังนั่งพักนาน ๆ แล้วลุกเดิน

• กดเจ็บบริเวณส้นเท้า

• ปวดมากขึ้นเมื่อยืนหรือเดินเป็นเวลานาน

• รู้สึกตึงบริเวณฝ่าเท้าและน่อง

 

ปัจจัยเสี่ยง

เท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูง

น้ำหนักตัวเกินหรือภาวะอ้วน

การวิ่งหรือทำกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง

อาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานาน

สวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม

ดูแลเบื้องต้นได้อย่างไร?

ประคบเย็นบริเวณที่ปวดประมาณ 15–20 นาที

ลดกิจกรรมที่กระแทกหรือใช้งานเท้ามากเกินไป

เลือกรองเท้าที่มีพื้นรองรับแรงกระแทกและเหมาะสมกับรูปเท้า

ยืดกล้ามเนื้อน่องและพังผืดฝ่าเท้าเป็นประจำ

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

จำง่าย ๆ:

 

“ยืดให้เป็น เลือกรองเท้าให้เหมาะ ลดแรงกระแทก และอย่าฝืนความเจ็บ”

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด?

หากอาการปวดส้นเท้า เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ปวดมากขึ้น มีบวม แดง ร้อน หรือส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

การรักษาและฟื้นฟูตั้งแต่ระยะแรก ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้กลับมาเดินได้อย่างมั่นใจ

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู

โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ

สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

“ดูแลเท้าของคุณวันนี้ เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นใจในทุกวัน”

#โรครองช้ำ #PlantarFasciitis

#ปวดส้นเท้า

#สื่อประชาสัมพันธ์

เท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูง

น้ำหนักตัวเกินหรือภาวะอ้วน

การวิ่งหรือทำกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง

อาชีพที่ต้องยืนเป็นเวลานาน

สวมรองเท้าที่ไม่เหมาะสม

ดูแลเบื้องต้นได้อย่างไร?

ประคบเย็นบริเวณที่ปวดประมาณ 15–20 นาที

ลดกิจกรรมที่กระแทกหรือใช้งานเท้ามากเกินไป

เลือกรองเท้าที่มีพื้นรองรับแรงกระแทกและเหมาะสมกับรูปเท้า

ยืดกล้ามเนื้อน่องและพังผืดฝ่าเท้าเป็นประจำ

ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

จำง่าย ๆ:

“ยืดให้เป็น เลือกรองเท้าให้เหมาะ ลดแรงกระแทก และอย่าฝืนความเจ็บ”

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด?

หากอาการปวดส้นเท้า เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ปวดมากขึ้น มีบวม แดง ร้อน หรือส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

การรักษาและฟื้นฟูตั้งแต่ระยะแรก ช่วยลดอาการปวดและช่วยให้กลับมาเดินได้อย่างมั่นใจ

กลุ่มงานเวชกรรมฟื้นฟู

โรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินฺธโร อุทิศ

สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

“ดูแลเท้าของคุณวันนี้ เพื่อก้าวเดินอย่างมั่นใจในทุกวัน”

#โรครองช้ำ #PlantarFasciitis

#ปวดส้นเท้า

#สื่อประชาสัมพันธ์